๒๕/๓/๒๕๕๒

งานเสวนา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์------ วันเสาร์ ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ น.



‘โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนประถมขนาดเล็ก’

และ
‘การจัดตั้งห้องสมุดหนังสือดี ๑๐๐ แห่ง ในเมืองหลวงกรุงเทพฯ’


ณ ห้องมีตติงรูม ๒ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
วันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๒

กำหนดการ

เวลา ๑๓.๑๑ น.

เสวนา ‘การจัดตั้งห้องสมุดหนังสือดี ๑๐๐ แห่ง ในเมืองหลวงกรุงเทพฯ’
นำเสนอโครงร่างวิจัย แนวคิด วิธีการ และประโยชน์ของการจัดตั้งห้องสมุดหนังสือดี การเชื่อมโยงกับรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ โดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัณฑนา วงศ์ศิรินวรัตน์ หัวหน้าโครงการ
คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ที่ปรึกษาโครงการ
คุณมกุฏ อรฤดี (บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ผีเสื้อ) ที่ปรึกษาโครงการ


เวลา ๑๕.๑๑ น.

เสวนา‘โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนประถมขนาดเล็ก’
แลกเปลี่ยนข้อปัญหา-อุปสรรค ความสำเร็จ-ความล้มเหลว และประโยชน์ของระบบหนังสือหมุนเวียน วิธีพัฒนาแนวคิดการอ่านแห่งชาติ โดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัณฑนา วงศ์ศิรินวรัตน์ หัวหน้าโครงการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จินดา จำเริญ ที่ปรึกษาโครงการ
อาจารย์ทิพภา ปลีหะจินดา (มหาวิทยาลัยบูรพา) นักวิจัยร่วม
อาจารย์เสาวนีย์ พิทยานุรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแหลมแท่น
ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
เวลา ๑๖.๕๙ น. จบการเสวนา

------------------------------


‘โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนประถมขนาดเล็ก’


แนวคิดและการดำเนินการ

ทำอย่างไรให้เด็กอ่านหนังสือมากขึ้นด้วยงบประมาณเท่าเดิม เพื่อกระจายหนังสือไปสู่เด็กได้ทั่วถึง
กระบวนการของระบบหมุนเวียนหนังสือ นับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การแลกหนังสือกันอ่านอย่างปกติธรรมดาเหมือนคน ๔ คน แต่เป็นกระบวนการใหญ่ อาศัยความสัมพันธ์รอบด้านขององค์ประกอบดังต่อไปนี้

บุคลากรห้องสมุดโรงเรียน ทำหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องหนังสือ กำหนดกิจกรรมการอ่านของเด็กในรอบ ๓ เดือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กในโรงเรียนของตนใช้ประโยชน์จากหนังสือแต่ละกองกันเต็มที่ บรรณารักษ์จะเป็นเสมือนที่ปรึกษาด้านการอ่านของเด็กอย่างใกล้ชิด และเป็นผู้กำหนดกิจกรรมที่จะจัดร่วมกันในการแลกเปลี่ยนหนังสือ

กิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือ เป็นกุศโลบายสำคัญยิ่งประการหนึ่งในระบบหนังสือหมุนเวียน โรงเรียนต้องกำหนดให้เป็นวาระสำคัญในแต่ละภาคเรียน ให้เด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และอาจจัดกิจกรรมระหว่างโรงเรียนทั้งสอง เช่น การแข่งขันกีฬา ฯลฯ ไม่เพียงระหว่างเด็ก ๆ แต่รวมถึงผู้ใหญ่ พ่อแม่ผู้ปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้านระหว่างตำบลก็จะแนบแน่นใกล้ชิดยิ่งขึ้น

การผสมผสานกันระหว่างชุมชนท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่น ผู้คนในหมู่บ้านหรือตำบลใกล้เคียง การระแวดระวังภัยทั้งด้านธรรมชาติและภัยอื่น ๆ อาจถือเป็นโอกาสที่จะดึงหน่วยงานราชการอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น กล่าวได้ว่า ในการแลกเปลี่ยนหนังสือของโรงเรียน เท่ากับการยกหมู่บ้าน ๒ แห่ง มาพบปะกันอย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูล และมีประโยชน์ร่วมกัน

นี่คือการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนที่ไม่จบสิ้น หรือขลุกอยู่แต่ในห้องเรียน แต่เป็นการเรียนเพื่อรอบรู้อย่างกว้าง เรียนรู้โลกและชีวิตข้างนอก ผูกมิตรกับคนอื่น พร้อม ๆกับได้ความรู้ใส่ตัว ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับห้องสมุดโรงเรียนก็บังเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติด้วยวิธีการดังกล่าว เมื่อชาวบ้านและชุมชนเห็นดีเห็นงามไปกับกระบวนการนี้แล้ว ก็ย่อมขอความร่วมมือสนับสนุนได้ไม่ยาก

ในช่วงที่รอรัฐบาล โรงเรียนทั้งหลายลองมาคิดทำวิธีง่าย ๆ ด้วยงบประมาณเท่าเดิม เพื่อให้เด็กของเรามีโอกาสอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ ๔ เท่าของที่เป็นอยู่

ข้อสำคัญรัฐบาลต้องกำหนดนโยบาย แนวทางปฏิบัติ ตั้งเป้าหมายชัดเจน จริงจัง และดำเนินการให้เด็กชั้นประถมศึกษามีอุปนิสัยชอบอ่านหนังสือตั้งแต่วันนี้ เพื่อว่าในอีก ๑๕ ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะเริ่มเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมการอ่าน

วิธีการ คือ ถ้ามีงบประมาณซื้อหนังสือโรงเรียนละ ๕,๐๐๐ บาท มีโรงเรียน ๔ แห่ง แทนที่เด็กแต่ละโรงเรียนจะได้อ่านหนังสือเพียง ๕,๐๐๐ บาท ก็นำงบประมาณทั้งหมดมารวมกันเป็น ๒๐,๐๐๐ บาท แบ่งหนังสือเป็น ๔ กอง ก. ข. ค. ง. มอบให้โรงเรียนแต่ละแห่งครอบครอง โรงเรียนละ ๓ เดือน เด็กจะได้อ่านหนังสือ เพิ่มขึ้น ๔ เท่า ด้วยงบประมาณเท่าเดิม และระหว่างดำเนินการวิจัยก็จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ประเมินความสามารถของเด็ก ก่อนและหลังการวิจัย เมื่อ‘หมุน’หนังสือ คือ โรงเรียน ๒ แห่ง นำหนังสือในกองของตนมาแลกเปลี่ยนกัน ก็จัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์และส่งเสริมการอ่านไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ครูบรรณารักษ์ และผู้อำนวยการกระตือรือร้น และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการอ่านของนักเรียน

ขณะนี้กำลังดำเนินการระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนประถมขนาดเล็ก ในจังหวัดชลบุรี จำนวน ๘ โรงเรียน เขตชนบท ๔ โรงเรียน และ เขตเมือง ๔ โรงเรียน และได้แลกเปลี่ยนหนังสือไปแล้วหนึ่งครั้ง ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

ผู้รับผิดชอบ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัณฑนา วงศ์ศิรินวรัตน์ หัวหน้าโครงการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จินดา จำเริญ ที่ปรึกษาโครงการ
นายมกุฏ อรฤดี (บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ผีเสื้อ) ที่ปรึกษาโครงการ
อาจารย์ทิพภา ปลีหะจินดา มหาวิทยาลัยบูรพา นักวิจัยร่วม

ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ดำเนินการตั้งแต่ ตุลาคม ๒๕๕๑ – ปัจจุบัน
(ดูรายละเอียด และความคืบหน้าของโครงการได้ที่ ระบบหนังสือหมุนเวียน)

-------------------------------------------


‘โครงร่างวิจัยการจัดตั้งห้องสมุดหนังสือดี ๑๐๐ แห่ง ในเมืองหลวงกรุงเทพฯ’


แนวคิดและการดำเนินการ

ทำอย่างไรให้เกิดห้องสมุดและดำเนินงานได้ทันที---ขณะที่มีปัญหาพื้นฐานเรื่องการอ่านของคนในชาติ และในเมืองหลวงกรุงเทพฯ สาเหตุหนึ่งก็คือ ไม่มีห้องสมุดมากพอ และสำนักพิมพ์ที่ผลิตหนังสือดีๆ กำลังจะหายไป เพราะไม่มีคนอ่านหนังสือดี หรือไม่มีที่วางหนังสือดีในร้านขายหนังสือ เพราะหนังสือดีมักขายไม่ดี เมื่อนำปัญหาของสำนักพิมพ์ดีๆ มาเชื่อมโยงกับการตั้งห้องสมุด ๑๐๐ แห่ง เข้าด้วยกัน จึงเป็นที่มาของ ‘โครงการวิจัยห้องสมุดหนังสือดี ๑๐๐ แห่ง ในเมืองหลวงกรุงเทพฯ’ ประกอบด้วยห้องสมุด ๒ ระบบ

๑. ห้องสมุดในร้านหนังสือให้เช่า
๒. ห้องสมุดในมัสยิด

ห้องสมุดในร้านหนังสือให้เช่า ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีร้านหนังสือให้เช่าอยู่แล้ว วิธีนี้จะทำให้คนอ่านหนังสือดี และใช้งบประมาณน้อยที่สุด ไม่ต้องซื้อตึก ไม่ต้องสร้างอาคาร ไม่ต้องหาสถานที่ ไม่ต้องเช่า ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนบรรณารักษ์ เพียงจัดระบบ ร้านหนังสือให้เช่ามีพื้นที่ มีคนดูแลอยู่แล้ว นำระบบไปให้ จัดสถานที่ ตู้หนังสือ หาหนังสือ แล้วให้ร้านไปจัดระบบให้เช่าเอง หนังสือดีนี้จะให้เช่าราคาถูก เช่น สมมุติว่าให้เช่าหนังสือนวนิยาย ราคา ๑๐ บาท ในเวลา ๓ วัน หนังสือดีเช่าได้หนึ่งสัปดาห์ คิดค่าเช่าเพียง ๓ บาท เนื่องจากคนที่จะซื้อหนังสือเหล่านี้มีน้อยอยู่แล้ว เพราะคิดว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น หรือคิดว่าเกินความจำเป็น ตรงที่อ่านแล้วเครียดเกินไป ก็จะได้มีโอกาสอ่านโดยไม่ต้องซื้อ ส่วนร้านให้เช่าหนังสือก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากหนังสือซึ่งรัฐบาลให้ยืม

(ผลประโยชน์อื่นๆ ที่ตามมาคือ หนังสือดีซึ่งแต่เดิมหาที่วางไม่ได้ในร้านหนังสือ ก็จะมีโอกาสเผยแพร่สู่ผู้อ่าน ขณะเดียวกัน ร้านหนังสือให้เช่าก็อาจทำหน้าที่เป็นผู้ขาย หากมีนักอ่านสนใจสั่งซื้อหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งที่อยู่ในรายการหนังสือดีที่ให้เช่า นี่อาจจะเป็นวิธีการเกื้อกูลผู้ตั้งใจผลิตหนังสือรายเล็กให้อยู่รอด)

จากนั้นก็นำระบบหมุนเวียนที่ได้ทดลองวิจัยมาใช้ คือ แทนที่จะมีหนังสือกองโตอยู่ในร้านหนึ่งร้าน ซึ่งไม่มีพื้นที่มาก ก็จัดหนังสือให้ครึ่งหนึ่ง ประมาณ ๕๐๐ เล่ม อยู่ที่ร้านประมาณ ๖ เดือน อีก ๖ เดือน ๕๐๐ เล่มนี้จะหายไป และมี ๕๐๐ เล่มใหม่เข้ามา จะเกิดหนังสือใหม่ขึ้นตลอดเวลา ห้องสมุดในร้านหนังสือให้เช่า หรือที่เรียกว่า ห้องสมุดสาขา ก็มีหนังสือใหม่ให้ยืมตลอดเวลา เป็นวิธีการที่จะทำให้คนในประเทศนี้มีโอกาสอ่านหนังสือดีเพิ่มขึ้นและมากขึ้น


ห้องสมุดในมัสยิด
การจัดตั้งห้องสมุดสาธารณะที่เหมาะสม ควรอยู่ในแหล่งซึ่งประชาชนเข้าไปใช้บริการได้สะดวก จัดระบบการเก็บรักษา ยืมคืนหนังสือได้ มีผู้ดูแล ทางเลือกหนึ่งของระบบห้องสมุดสาธารณะในสังคมไทย

คือ การจัดห้องสมุดในชุมชนทางศาสนา เนื่องจากชุมชนลักษณะนี้มีความเป็นชุมชนตามธรรมชาติ เป็นที่รวมของสมาชิกชุมชนที่มีเป้าหมายและความศรัทธาเดียวกัน มีกิจกรรมรวมหมู่ชนสม่ำเสมอ และสมาชิกมักเป็นผู้มีจิตสาธารณะ ในประเทศไทยมีชุมชนทางศาสนาที่เข้มแข็งอยู่มาก เช่น ชุมชนชาวพุทธในวัดและสถานปฏิบัติธรรม ชุมชนชาวคริสต์ในโบสถ์ หรือชุมชนชาวมุสลิมในมัสยิด ซึ่งล้วนมีคุณลักษณะเหมาะสมในการจัดตั้งห้องสมุดสาธารณะของชุมชนทั้งสิ้น

การเลือกมัสยิดเป็นต้นแบบของห้องสมุดชุมชนศาสนาเพื่อการวิจัย เนื่องจากมีบุคลากรพร้อมและดำเนินการได้ทันที อีกทั้งจะกระจายเครือข่ายไปยังจังหวัดต่างๆ นอกกรุงเทพฯได้ง่าย


ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีมัสยิด ๑๕๕ แห่ง มีบทบาทเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวมุสลิม พัฒนาคุณธรรมด้านศาสนา รักษาวัฒนธรรมอิสลาม ส่งเสริมการศึกษา ทั้งด้านศาสนา สามัญ และวิชาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ปวงสัปปุรุษทุกรูปแบบ มัสยิดเป็นหน่วยงานหลักที่ประสานนโยบาย และประสานงานระหว่างชุมชนอิสลามกับหน่วยงานของรัฐทุกระดับ ทำให้มัสยิดเป็นสถานที่เหมาะสมยิ่งที่จะทดลองจัดห้องสมุดสาธารณะสำหรับชุมชน

ห้องสมุดทั้งสองระบบนี้ ใช้งบประมาณเพียงการจัดระบบ และค่าหนังสือ ไม่ต้องใช้งบประมาณสถานที่ และบรรณารักษ์

การวิจัยนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการอื่น ๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการคลัง กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ผู้รับผิดชอบ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัณฑนา วงศ์ศิรินวรัตน์ หัวหน้าโครงการ
นางสาวงามพรรณ เวชชาชีวะ ที่ปรึกษาโครงการ
นายสมศักดิ์ เส็นดาโอ๊ะ (ประธานเครือข่ายมุสลิมสตูล) ที่ปรึกษาโครงการ
นายอรุณ บุญชม (ประธานกรรมการ คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพฯ) ที่ปรึกษาโครงการ

โครงการวิจัยใหม่กำลังเสนอสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
(โครงการทั้งสองนี้ไม่ใช้เงินสำหรับจัดซื้อหนังสือของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ)

0 ความคิดเห็น: