
บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ได้รับบทความนี้
ก่อนที่ฅนในสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะเขียนข่าวเดียวกันเสร็จ
จึงนำมาเสนอก่อน ด้วยความขอบคุณ
(ภาพประกอบแต่ละภาพ ขยายใหญ่ได้ โปรดคลิกบนภาพเพื่อดูขนาดจริง)
๒.
ฉันก้มหน้าก้มตาลูบคลำและพลิกหนังสือ อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า ซึ่งแน่ใจว่ายังไม่วางขายตามร้านขายหนังสือในเวลา ๐๗.๓๐ น. เพราะทราบข่าวว่า สำนักพิมพ์เจาะจงวางตลาดวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ ตรงกับวันแนะนำหนังสือ และถ้าผู้เขียน คือ ลีโอ รอว์ลิ่งส์ ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ในวัย ๙๐ ปี เราก็จะได้ลายเซ็นแสนสวยจากปลายปากกาหมึกสีน้ำเงินของเขา---(ฉันแอบเห็นลายเซ็นของช่างเขียนรูปฅนนี้ในเว็บไซต์บางแห่ง และเคยเห็นรูปวาดบางรูปของเขาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์)
หนังสือสวย---สวยจริงๆ ถ้าไม่เทียบกับ ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน เล่มที่จัดพิมพ์ขึ้นตามพระบัญชาของกษัตริย์ฆวน การ์ลอส แห่งสเปน (นั่นคือสุดยอด) ก็นับได้ว่า นี่เป็นเล่มสวยสุดของผีเสื้อขณะนี้
หนังสือปกแข็ง ทะนุถนอมกันมาหลายสิบมือ ก่อนเป็นเล่มหนังสือ ฉันอยากเล่าให้ฟัง อยากบอกถึงความรู้สึกเท่าที่พอจะถ่ายทอดได้ว่า นอกจากการพิมพ์ตัวอักษรที่ต้องใช้เครื่องพิมพ์แล้ว ส่วนอื่นๆนั้นทำแบบโบราณเกือบทั้งหมด สันโค้งของหนังสือสำนักพิมพ์นี้ ทำมือเห็นได้ชัด โค้งมากกว่าทำด้วยเครื่อง ใช้ฆ้อนเคาะสันหนังสือทีละเล่มๆ ให้ได้ขนาดโค้งเท่ากัน เป็นการแสดงฝีมือที่หาได้ยากแล้วในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้การเข้าปกแข็งนิยมใช้เครื่อง ด้วยว่ารวดเร็วและประหยัดกว่าหลายสิบเท่า แต่ความรู้สึกของนักเลงหนังสือก็เทียบกันไม่ได้อีกเหมือนกัน---ปกด้านหน้าและหลัง กด'ร่องเปิด'ตามแบบโบราณด้วย ร่องที่ว่านี้เหมือนร่องรางน้ำตามถนน นอกจากจะดูสวยแล้วยังช่วยให้เปิดหน้าหนังสือสะดวก แผ่นปลิวสีแดงสอดทองด้านในปกแข็งที่ยึดไว้ด้วยผ้ามุ้งอีกชั้นหนึ่งนั้นก็เคลือบสารพิเศษเพื่อให้หนังสืออยู่ทน คราวนี้เราไม่ต้องห่วงว่า เปิดอ่านหนังสือปกแข็งไปสักพักก็เกิดรอยขาดที่ตัวปกแข็งนั่นเอง แผ่นรองปกเคลือบสารพิเศษนี้ ช่วยให้ปกหนังสืออยู่ทน ไม่ขาดไม่หลุด แม้จะเปิดปกหนังสือครั้งแล้วครั้งเล่าสักพันๆ ครั้งก็ตาม
(ในบทความบทหนึ่งของหนังสือ ก่อนเริ่มโรงเรียนวิชาหนังสือ อ้างถึงบุคคลผู้หนึ่งที่ให้เหตุผลต่อราชบัณฑิตว่า หนังสือพจนานุกรมหากทำสันโค้งจะไม่คงทน
---อยากรู้นักว่า ประวัติศาสตร์วงการหนังสือของราชบัณฑิตยสถาน หรือของประเทศไทยจะบันทึกเรื่องนี้ไว้หรือไม่ ฉันอยากให้ฅนในวงการหนังสือได้อ่านบทความนี้กันทั่วถึงทุกฅนจริงๆ)
ทว่า ก่อนจะถึงตัวปกแข็งของหนังสือ แผ่นหุ้มปกแข็งพิมพ์สีมากกว่า ๔ สี บนกระดาษลายน้ำ รูปหัวรถจักรโบราณกำลังแล่นตะบึงมาท่ามกล่างแสงอาทิตย์อุทัย เป็นปกหน้า ไม่มีข้อความหรือชื่อหนังสือ---
ปกหน้าของหนังสือสำนักพิมพ์นี้ เริ่มไม่มีข้อความใดๆ มาตั้งแต่หนังสือ นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน---ฉันคล้อยตามเหตุผลของทางสำนักพิมพ์ที่ว่า เพื่อเผยความงามของรูปวาดให้เต็มที่ จึงย้ายชื่อหนังสือไปไว้ในปกหลัง แต่อีกเหตุผลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวติดตลก หรือเหตุผลจริงๆลึกๆ ก็คือ
“ปัจจุบันนี้ นักอ่านนิยมเกาหลี นิยมญี่ปุ่นกันมาก เพื่อให้หนังสือขายดี ต้องมาจากเกาหลีหรือญี่ปุ่น แต่บังเอิญสำนักพิมพ์นี้ไม่ค่อยมีญี่ปุ่น จึงอยากหลอกผู้อ่านด้วยการเอาชื่อปกไปไว้ด้านหลัง ให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหนังสือญี่ปุ่น เขาจะได้ซื้อ---“
คงจะนับเป็นอีกเรื่องหนึ่งได้กระมังว่า สำนักพิมพ์ที่เริ่มคิดแปลกประหลาด เอาชื่อปกไปไว้ปกหลัง ก็คือสำนักพิมพ์ผีเสื้อ จะดีหรือไม่ดี อนาคตคงบอกได้
ปกหลังมีรูปผู้เขียนอยู่ในความสลัวมืดของแสงอาทิตย์อุทัย มีข้อความชื่อหนังสือและผู้เขียน รวมทั้งผู้แปล ภาษาไทย อยู่ในสี่เหลี่ยมเดียวกันกับชื่อหนังสือและชื่อผู้เขียนภาษาอังกฤษ---เราเคยเห็นบาร์โค้ดอยู่หลังปก แต่คราวนี้ไปอยู่ตรงสันหนังสือด้านล่าง
เป็นการออกแบบกระดาษหุ้มปกที่แปลกไปอย่างสิ้นเชิง
และเปิดหน้าแรกของหนังสือ อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า ก็จะเห็นตัวอักษรแบบแปลกไปจากหนังสือเล่มอื่นๆ ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
วิชาหนังสือ การอบรมของคณะอักษรศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดร่วมกับสำนักพิมพ์ผีเสื้อเมื่อ ๖ ปีก่อน ย้อนมาให้ฉันระลึกถึง แม้การบรรยายในช่วงเวลาสั้นๆ จะไม่ทำให้ผู้เข้าอบรมที่ใฝ่รู้และใคร่เรียนรู้ได้เข้าใจเต็มอิ่มเหมือนการเล่าเรียนทั้งหลักสูตร แต่ครั้งนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า การทำหนังสืออย่างใช้ความคิดนั้นต้องปูพื้นกันมาก
หนังสือเล่มนี้ ใช้ตัวพิมพ์ที่เลือกแล้วว่าเป็นแบบโบราณ หนังสือที่มีเนื้อหาบรรยากาศสมัยเก่า กับหนังสือสมัยใหม่ ใช้ตัวอักษรต่างกัน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ผู้อ่านได้สัมผัสและรู้สึกถึงบรรยากาศในหนังสือได้อีกทางหนึ่ง ยิ่งกว่าเปิดดนตรีแห่งยุคสมัยคลอไปพร้อมการอ่านเสียอีก เพราะแบบตัวอักษรหรือที่เรียกกันว่า ‘ฟอนต์’ ช่วยตอกย้ำกาลเวลาได้มากกว่า แนบเนียนกว่า ด้วยเหตุที่ไม่มีเสียงรบกวน
ฉันสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงผ่านลำโพงกล่าวต้อนรับอย่างมีอารมณ์ขัน และคำถามว่า
“สวัสดีครับ ผมกัปตัน---ขอต้อนรับสู่เครื่องยนต์ฮีโน่---ในรถนนี้ ใครเป็นมุสลิมกรุณาบอกด้วยนะครับ---เราจะเริ่มบริการอาหารเช้า”
เห็นความประณีตรอบคอบละเอียดอ่อนไหม---แน่ละ แสดงว่าอาหารเช้าเตรียมไว้สำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลามด้วย
“และเพื่อให้การรัปประทานอาหารเช้าเป็นไปอย่างน่าตื่นเต้นซึ้งใจ ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดเตรียมอาหารมื้อนี้ คือ ดร.มัณฑนา แห่งคณะกายภาพบำบัดฯ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บริการอาหาร ฅนหนึ่งเป็นเจ้าของร้านหนังสือใหญ่
ทว่า ก่อนจะถึงตัวปกแข็งของหนังสือ แผ่นหุ้มปกแข็งพิมพ์สีมากกว่า ๔ สี บนกระดาษลายน้ำ รูปหัวรถจักรโบราณกำลังแล่นตะบึงมาท่ามกล่างแสงอาทิตย์อุทัย เป็นปกหน้า ไม่มีข้อความหรือชื่อหนังสือ---
ปกหน้าของหนังสือสำนักพิมพ์นี้ เริ่มไม่มีข้อความใดๆ มาตั้งแต่หนังสือ นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน---ฉันคล้อยตามเหตุผลของทางสำนักพิมพ์ที่ว่า เพื่อเผยความงามของรูปวาดให้เต็มที่ จึงย้ายชื่อหนังสือไปไว้ในปกหลัง แต่อีกเหตุผลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวติดตลก หรือเหตุผลจริงๆลึกๆ ก็คือ
“ปัจจุบันนี้ นักอ่านนิยมเกาหลี นิยมญี่ปุ่นกันมาก เพื่อให้หนังสือขายดี ต้องมาจากเกาหลีหรือญี่ปุ่น แต่บังเอิญสำนักพิมพ์นี้ไม่ค่อยมีญี่ปุ่น จึงอยากหลอกผู้อ่านด้วยการเอาชื่อปกไปไว้ด้านหลัง ให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหนังสือญี่ปุ่น เขาจะได้ซื้อ---“
คงจะนับเป็นอีกเรื่องหนึ่งได้กระมังว่า สำนักพิมพ์ที่เริ่มคิดแปลกประหลาด เอาชื่อปกไปไว้ปกหลัง ก็คือสำนักพิมพ์ผีเสื้อ จะดีหรือไม่ดี อนาคตคงบอกได้
ปกหลังมีรูปผู้เขียนอยู่ในความสลัวมืดของแสงอาทิตย์อุทัย มีข้อความชื่อหนังสือและผู้เขียน รวมทั้งผู้แปล ภาษาไทย อยู่ในสี่เหลี่ยมเดียวกันกับชื่อหนังสือและชื่อผู้เขียนภาษาอังกฤษ---เราเคยเห็นบาร์โค้ดอยู่หลังปก แต่คราวนี้ไปอยู่ตรงสันหนังสือด้านล่าง
เป็นการออกแบบกระดาษหุ้มปกที่แปลกไปอย่างสิ้นเชิง
และเปิดหน้าแรกของหนังสือ อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า ก็จะเห็นตัวอักษรแบบแปลกไปจากหนังสือเล่มอื่นๆ ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
วิชาหนังสือ การอบรมของคณะอักษรศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดร่วมกับสำนักพิมพ์ผีเสื้อเมื่อ ๖ ปีก่อน ย้อนมาให้ฉันระลึกถึง แม้การบรรยายในช่วงเวลาสั้นๆ จะไม่ทำให้ผู้เข้าอบรมที่ใฝ่รู้และใคร่เรียนรู้ได้เข้าใจเต็มอิ่มเหมือนการเล่าเรียนทั้งหลักสูตร แต่ครั้งนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า การทำหนังสืออย่างใช้ความคิดนั้นต้องปูพื้นกันมาก
หนังสือเล่มนี้ ใช้ตัวพิมพ์ที่เลือกแล้วว่าเป็นแบบโบราณ หนังสือที่มีเนื้อหาบรรยากาศสมัยเก่า กับหนังสือสมัยใหม่ ใช้ตัวอักษรต่างกัน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ผู้อ่านได้สัมผัสและรู้สึกถึงบรรยากาศในหนังสือได้อีกทางหนึ่ง ยิ่งกว่าเปิดดนตรีแห่งยุคสมัยคลอไปพร้อมการอ่านเสียอีก เพราะแบบตัวอักษรหรือที่เรียกกันว่า ‘ฟอนต์’ ช่วยตอกย้ำกาลเวลาได้มากกว่า แนบเนียนกว่า ด้วยเหตุที่ไม่มีเสียงรบกวน
ฉันสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงผ่านลำโพงกล่าวต้อนรับอย่างมีอารมณ์ขัน และคำถามว่า
“สวัสดีครับ ผมกัปตัน---ขอต้อนรับสู่เครื่องยนต์ฮีโน่---ในรถนนี้ ใครเป็นมุสลิมกรุณาบอกด้วยนะครับ---เราจะเริ่มบริการอาหารเช้า”
เห็นความประณีตรอบคอบละเอียดอ่อนไหม---แน่ละ แสดงว่าอาหารเช้าเตรียมไว้สำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลามด้วย
“และเพื่อให้การรัปประทานอาหารเช้าเป็นไปอย่างน่าตื่นเต้นซึ้งใจ ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดเตรียมอาหารมื้อนี้ คือ ดร.มัณฑนา แห่งคณะกายภาพบำบัดฯ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บริการอาหาร ฅนหนึ่งเป็นเจ้าของร้านหนังสือใหญ่
อีกฅนหนึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทซีเมนต์---ใครมีปัญหาเรื่องปวดคอ ปวดหลัง เชิญใช้บริการได้ที่ คณะกายภาพบำบัดฯ มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่เสียค่าใช้จ่าย“
เสียงฮือฮาดังตามมาจากเก้าอี้ที่นั่งต่างๆในรถ และชะเง้อดูว่า ฅนไหนคือ ดร.ทางกายภาพที่กล่าวถึง
อาหารเช้าอร่อย แต่ฉันสนใจหนังสือมากกว่า---ผ้าพันคอที่ระลึกนั้นพันรอบคอเรียบร้อยแล้ว เพราะอากาศค่อนข้างเย็น---
“เราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ สามชั่วโมง จุดมุ่งหมายคือจังหวัดกาญจนบุรี แต่ก่อนถึงที่นั่น เราจะผ่านสถานที่สำคัญซึ่งกล่าวไว้ในหนังสือนี้ คือ บ้านโป่ง---เรื่องราวสำคัญในหนังสือ เริ่มต้นที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง---สังเกตให้ดีนะครับ”
เสียงฮือฮาดังตามมาจากเก้าอี้ที่นั่งต่างๆในรถ และชะเง้อดูว่า ฅนไหนคือ ดร.ทางกายภาพที่กล่าวถึง
อาหารเช้าอร่อย แต่ฉันสนใจหนังสือมากกว่า---ผ้าพันคอที่ระลึกนั้นพันรอบคอเรียบร้อยแล้ว เพราะอากาศค่อนข้างเย็น---
“เราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ สามชั่วโมง จุดมุ่งหมายคือจังหวัดกาญจนบุรี แต่ก่อนถึงที่นั่น เราจะผ่านสถานที่สำคัญซึ่งกล่าวไว้ในหนังสือนี้ คือ บ้านโป่ง---เรื่องราวสำคัญในหนังสือ เริ่มต้นที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง---สังเกตให้ดีนะครับ”
(ผู้สื่อข่าวนิรนาม หมายเลข ๗.๑๑)



.jpg)
.jpg)