27/12/2008

อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า (๒)

























บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ได้รับบทความนี้
ก่อนที่ฅนในสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะเขียนข่าวเดียวกันเสร็จ
จึงนำมาเสนอก่อน ด้วยความขอบคุณ
(ภาพประกอบแต่ละภาพ ขยายใหญ่ได้ โปรดคลิกบนภาพเพื่อดูขนาดจริง)

๒.


ฉันก้มหน้าก้มตาลูบคลำและพลิกหนังสือ อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า ซึ่งแน่ใจว่ายังไม่วางขายตามร้านขายหนังสือในเวลา ๐๗.๓๐ น. เพราะทราบข่าวว่า สำนักพิมพ์เจาะจงวางตลาดวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ ตรงกับวันแนะนำหนังสือ และถ้าผู้เขียน คือ ลีโอ รอว์ลิ่งส์ ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ในวัย ๙๐ ปี เราก็จะได้ลายเซ็นแสนสวยจากปลายปากกาหมึกสีน้ำเงินของเขา---(ฉันแอบเห็นลายเซ็นของช่างเขียนรูปฅนนี้ในเว็บไซต์บางแห่ง และเคยเห็นรูปวาดบางรูปของเขาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์)

หนังสือสวย---สวยจริงๆ ถ้าไม่เทียบกับ ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน เล่มที่จัดพิมพ์ขึ้นตามพระบัญชาของกษัตริย์ฆวน การ์ลอส แห่งสเปน (นั่นคือสุดยอด) ก็นับได้ว่า นี่เป็นเล่มสวยสุดของผีเสื้อขณะนี้

หนังสือปกแข็ง ทะนุถนอมกันมาหลายสิบมือ ก่อนเป็นเล่มหนังสือ ฉันอยากเล่าให้ฟัง อยากบอกถึงความรู้สึกเท่าที่พอจะถ่ายทอดได้ว่า นอกจากการพิมพ์ตัวอักษรที่ต้องใช้เครื่องพิมพ์แล้ว ส่วนอื่นๆนั้นทำแบบโบราณเกือบทั้งหมด สันโค้งของหนังสือสำนักพิมพ์นี้ ทำมือเห็นได้ชัด โค้งมากกว่าทำด้วยเครื่อง ใช้ฆ้อนเคาะสันหนังสือทีละเล่มๆ ให้ได้ขนาดโค้งเท่ากัน เป็นการแสดงฝีมือที่หาได้ยากแล้วในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้การเข้าปกแข็งนิยมใช้เครื่อง ด้วยว่ารวดเร็วและประหยัดกว่าหลายสิบเท่า แต่ความรู้สึกของนักเลงหนังสือก็เทียบกันไม่ได้อีกเหมือนกัน---ปกด้านหน้าและหลัง กด'ร่องเปิด'ตามแบบโบราณด้วย ร่องที่ว่านี้เหมือนร่องรางน้ำตามถนน นอกจากจะดูสวยแล้วยังช่วยให้เปิดหน้าหนังสือสะดวก แผ่นปลิวสีแดงสอดทองด้านในปกแข็งที่ยึดไว้ด้วยผ้ามุ้งอีกชั้นหนึ่งนั้นก็เคลือบสารพิเศษเพื่อให้หนังสืออยู่ทน คราวนี้เราไม่ต้องห่วงว่า เปิดอ่านหนังสือปกแข็งไปสักพักก็เกิดรอยขาดที่ตัวปกแข็งนั่นเอง แผ่นรองปกเคลือบสารพิเศษนี้ ช่วยให้ปกหนังสืออยู่ทน ไม่ขาดไม่หลุด แม้จะเปิดปกหนังสือครั้งแล้วครั้งเล่าสักพันๆ ครั้งก็ตาม

(ในบทความบทหนึ่งของหนังสือ ก่อนเริ่มโรงเรียนวิชาหนังสือ อ้างถึงบุคคลผู้หนึ่งที่ให้เหตุผลต่อราชบัณฑิตว่า หนังสือพจนานุกรมหากทำสันโค้งจะไม่คงทน
---อยากรู้นักว่า ประวัติศาสตร์วงการหนังสือของราชบัณฑิตยสถาน หรือของประเทศไทยจะบันทึกเรื่องนี้ไว้หรือไม่ ฉันอยากให้ฅนในวงการหนังสือได้อ่านบทความนี้กันทั่วถึงทุกฅนจริงๆ)

ทว่า ก่อนจะถึงตัวปกแข็งของหนังสือ แผ่นหุ้มปกแข็งพิมพ์สีมากกว่า ๔ สี บนกระดาษลายน้ำ รูปหัวรถจักรโบราณกำลังแล่นตะบึงมาท่ามกล่างแสงอาทิตย์อุทัย เป็นปกหน้า ไม่มีข้อความหรือชื่อหนังสือ---

ปกหน้าของหนังสือสำนักพิมพ์นี้ เริ่มไม่มีข้อความใดๆ มาตั้งแต่หนังสือ นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน---ฉันคล้อยตามเหตุผลของทางสำนักพิมพ์ที่ว่า เพื่อเผยความงามของรูปวาดให้เต็มที่ จึงย้ายชื่อหนังสือไปไว้ในปกหลัง แต่อีกเหตุผลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวติดตลก หรือเหตุผลจริงๆลึกๆ ก็คือ

“ปัจจุบันนี้ นักอ่านนิยมเกาหลี นิยมญี่ปุ่นกันมาก เพื่อให้หนังสือขายดี ต้องมาจากเกาหลีหรือญี่ปุ่น แต่บังเอิญสำนักพิมพ์นี้ไม่ค่อยมีญี่ปุ่น จึงอยากหลอกผู้อ่านด้วยการเอาชื่อปกไปไว้ด้านหลัง ให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหนังสือญี่ปุ่น เขาจะได้ซื้อ---“

คงจะนับเป็นอีกเรื่องหนึ่งได้กระมังว่า สำนักพิมพ์ที่เริ่มคิดแปลกประหลาด เอาชื่อปกไปไว้ปกหลัง ก็คือสำนักพิมพ์ผีเสื้อ จะดีหรือไม่ดี อนาคตคงบอกได้

ปกหลังมีรูปผู้เขียนอยู่ในความสลัวมืดของแสงอาทิตย์อุทัย มีข้อความชื่อหนังสือและผู้เขียน รวมทั้งผู้แปล ภาษาไทย อยู่ในสี่เหลี่ยมเดียวกันกับชื่อหนังสือและชื่อผู้เขียนภาษาอังกฤษ---เราเคยเห็นบาร์โค้ดอยู่หลังปก แต่คราวนี้ไปอยู่ตรงสันหนังสือด้านล่าง

เป็นการออกแบบกระดาษหุ้มปกที่แปลกไปอย่างสิ้นเชิง

และเปิดหน้าแรกของหนังสือ อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า ก็จะเห็นตัวอักษรแบบแปลกไปจากหนังสือเล่มอื่นๆ ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ

วิชาหนังสือ การอบรมของคณะอักษรศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดร่วมกับสำนักพิมพ์ผีเสื้อเมื่อ ๖ ปีก่อน ย้อนมาให้ฉันระลึกถึง แม้การบรรยายในช่วงเวลาสั้นๆ จะไม่ทำให้ผู้เข้าอบรมที่ใฝ่รู้และใคร่เรียนรู้ได้เข้าใจเต็มอิ่มเหมือนการเล่าเรียนทั้งหลักสูตร แต่ครั้งนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า การทำหนังสืออย่างใช้ความคิดนั้นต้องปูพื้นกันมาก

หนังสือเล่มนี้ ใช้ตัวพิมพ์ที่เลือกแล้วว่าเป็นแบบโบราณ หนังสือที่มีเนื้อหาบรรยากาศสมัยเก่า กับหนังสือสมัยใหม่ ใช้ตัวอักษรต่างกัน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ผู้อ่านได้สัมผัสและรู้สึกถึงบรรยากาศในหนังสือได้อีกทางหนึ่ง ยิ่งกว่าเปิดดนตรีแห่งยุคสมัยคลอไปพร้อมการอ่านเสียอีก เพราะแบบตัวอักษรหรือที่เรียกกันว่า ‘ฟอนต์’ ช่วยตอกย้ำกาลเวลาได้มากกว่า แนบเนียนกว่า ด้วยเหตุที่ไม่มีเสียงรบกวน

ฉันสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงผ่านลำโพงกล่าวต้อนรับอย่างมีอารมณ์ขัน และคำถามว่า

“สวัสดีครับ ผมกัปตัน---ขอต้อนรับสู่เครื่องยนต์ฮีโน่---ในรถนนี้ ใครเป็นมุสลิมกรุณาบอกด้วยนะครับ---เราจะเริ่มบริการอาหารเช้า”

เห็นความประณีตรอบคอบละเอียดอ่อนไหม---แน่ละ แสดงว่าอาหารเช้าเตรียมไว้สำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลามด้วย

“และเพื่อให้การรัปประทานอาหารเช้าเป็นไปอย่างน่าตื่นเต้นซึ้งใจ ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดเตรียมอาหารมื้อนี้ คือ ดร.มัณฑนา แห่งคณะกายภาพบำบัดฯ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บริการอาหาร ฅนหนึ่งเป็นเจ้าของร้านหนังสือใหญ่
อีกฅนหนึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทซีเมนต์---ใครมีปัญหาเรื่องปวดคอ ปวดหลัง เชิญใช้บริการได้ที่ คณะกายภาพบำบัดฯ มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่เสียค่าใช้จ่าย“

เสียงฮือฮาดังตามมาจากเก้าอี้ที่นั่งต่างๆในรถ และชะเง้อดูว่า ฅนไหนคือ ดร.ทางกายภาพที่กล่าวถึง

อาหารเช้าอร่อย แต่ฉันสนใจหนังสือมากกว่า---ผ้าพันคอที่ระลึกนั้นพันรอบคอเรียบร้อยแล้ว เพราะอากาศค่อนข้างเย็น---

“เราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ สามชั่วโมง จุดมุ่งหมายคือจังหวัดกาญจนบุรี แต่ก่อนถึงที่นั่น เราจะผ่านสถานที่สำคัญซึ่งกล่าวไว้ในหนังสือนี้ คือ บ้านโป่ง---เรื่องราวสำคัญในหนังสือ เริ่มต้นที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง---สังเกตให้ดีนะครับ”



(ผู้สื่อข่าวนิรนาม หมายเลข ๗.๑๑)

21/12/2008

อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า หนังสือที่เดินทางยาวนาน ๒๓ ปี























บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ได้รับบทความนี้
ก่อนที่ฅนในสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะเขียนข่าวเดียวกันเสร็จ
จึงนำมาเสนอก่อน ด้วยความขอบคุณ
(ภาพประกอบแต่ละภาพ ขยายใหญ่ได้ โปรดคลิกบนภาพเพื่อดูขนาดจริง)


๑.


อาทิตย์อุทัย วันอังคารที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ อากาศในกรุงเทพมหานคร เย็นสบาย ระหว่างทาง มองหาหอนาฬิกาดีๆ เหมือนเมืองหลวงใหญ่ๆของประเทศอื่น ไม่เห็น---ช่างเถอะ เมืองหลวงแห่งนี้ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เมืองหลวงอื่นไม่มี


๐๗.๑๑ น. ตามเวลานัดหมาย ฅนที่มาถึงแล้วเริ่มกระวนกระวาย---นี่เป็นเวลานัดหมายแปลกที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น แล้วก็นึกในใจว่า

'นี่แหละ คือผีเสื้อ เขามักจะทำอะไรแปลก แต่สิ่งแปลกของผีเสื้อก็เดินทางผ่านกาลเวลามาสู่ยุคสมัยทุกเรื่อง หรือเกือบทุกเรื่องไป สิ่งแปลกที่ผีเสื้อคิดและเริ่มเมื่อครั้งยี่สิบ-สามสิบปีก่อน กลายเป็นมาตรฐานกันไปแล้วในวันนี้ เช่น เรื่องรับคืนรับเปลี่ยนหนังสือที่พิมพ์ด้อยคุณภาพทุกเล่ม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เรื่องการใช้กระดาษถนอมสายตา เรื่องการเย็บกี่หนังสือปกอ่อนเพื่อให้อยู่ทนนานนับชั่วอายุฅน ด้วยเหตุผลว่า ประเทศเราจน หนังสือแต่ละเล่มควรทนนานถึงลูกถึงหลาน และต้องดีด้วย หรือเรื่องกำหนดราคาหนังสือเป็นเศษสตางค์ เพื่อให้ระบบสตางค์ยังอยู่ ไม่สูญหายไปกับการมักง่ายของระบบซื้อขาย อย่างน้อยก็ห้าสิบสตางค์'

---นี่แหละคือผีเสื้อ เขาคิดไปไกลกว่าการผลิตหนังสือเพื่อขาย---

หนังสือ 'อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า' เล่มปกแข็งงาม กับผ้าพันคอพิมพ์ลายและข้อความว่า ‘ที่ระลึก พิธีคารวะดวงวิญญาณเชลยศึกสงคราม ผู้เขียน และแนะนำหนังสือ ณ อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด ทางรถไฟสายไทย-พม่า กาญจนบุรี วันอังคาร ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑’ เป็นสิ่งบรรณาการแก่ผู้ได้รับบัตรเชิญก่อนขึ้นรถ สื่อมวลชนแขนงต่างๆ เท่าที่รู้ มีทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร รายการวิทยุ และรายการโทรทัศน์ เดินทางไปพร้อมกับคณะทำงานสำนักพิมพ์และบรรณาธิการของผีเสื้อ รวมแล้วมากกว่า ๕๐ ฅน ในรถท่องเที่ยวสองชั้นคันใหญ่---

---ช่างบังเอิญหรือจงใจหนอ แม้แต่เบาะที่นั่งและรูปประดับภายในรถก็เป็นผีเสื้อ แม้ผีเสื้อในรถคันใหญ่นี้จะไม่สวยเท่าผีเสื้อรอบๆรถตู้น่ารักคันเล็กๆจากฝรั่งเศส ผีเสื้อบินหลากสีบนพื้นสีน้ำเงินเข้มซึ่งล่วงหน้าไปก่อน ไม่มีใครรู้ว่าในรถตู้คันนั้นบรรทุกอะไรไปบ้าง

ผีเสื้อหลากสีบนรถคันนั้นแล่นไปบนถนนยามเช้า---ดูสิ แม้แต่รถตู้ที่ใช้ขนหนังสือก็ประณีตบรรจงปานนั้น ไม่ยอมปล่อยให้ความหยาบกระด้างหลุดหล่นออกมาเลยละหรือ

๐๗.๒๕ น. ได้ยินเสียงหารือกันว่า จะรอจนถึงเวลาเท่าใดดี

“เราจะรอเวลาตามสมัยนิยม เจ็ดนาฬิกาสามสิบนาฑี---เจ็ดโมงครึ่ง ช้าไปสิบเก้านาฑี---คงไม่เป็นไร“

เวลา ๗.๓๐ น. รถท่องเที่ยวสองชั้นจึงออกเดินทางจากหน้าห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรี่ยม ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ ผู้ที่ควรจะร่วมเดินทางบางฅนจึงไม่ได้เดินทางไปด้วย แต่คณะทำงานก็พยายามโทรศัพท์ติดต่อกันชุลมุนตลอดเวลา ๑๙ นาฑี จนแม้รถแล่นผ่านกลางกรุงมายังอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นธนบุรีเมืองหลวงเก่า ก็ยังเห็นบางฅนพยายามโทรศัพท์สอบถามถึงผู้ที่ตกลงไว้ว่าจะไปด้วยไม่หยุดหย่อน


---ฉันเริ่มเริ่มครุ่นคิดเรื่อง ‘เวลานัดหมาย’ ที่กำหนดไว้ ๐๗.๑๑ น. ---นั่นคงมีนัยบางอย่างกระมัง



(ผู้สื่อข่าวนิรนาม หมายเลข ๗.๑๑)

18/12/2008




3/12/2008

"ผมไม่กลัว" ผลงานแปลภาษาอิตาลี เล่มล่าสุดของ งามพรรณ เวชชาชีวะ





















ผมไม่กลัว เป็นหนังสือเล่มล่าสุดของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
ที่ใช้ชื่อ 'ผีเสื้ออิตาลี'

วรรณกรรมเยาวชนร่วมสมัยที่อาจนำเข้าหาสถานการณ์ปัจจุบัน
ได้แทบทุกแห่งในโลก รวมทั้งประเทศไทย กรุงเทพฯ หรือเมืองไหนก็ตาม
ผลงานเรื่องนี้ได้รับรางวัลจากสถาบันวรรณกรรมสำคัญของอิตาลี

นักวิจารณ์วรรณกรรมทั่วโลกกล่าวถึงด้วยถ้อยคำยกย่องชื่นชมมากหลาย
และคำกล่าวสั้นๆ ของMichael Dibdin แห่งหนังสือพิมพ์การ์เดียน ก็คือ
ผลงานชิ้นเอกที่ยอดเยี่ยม และจริงแท้

วางขายตามร้านหนังสือแล้ววันนี้
รีบซื้อฉบับพิมพ์ครั้งแรก เพราะบรรณาธิการตั้งราคาผิด
หนังสือหน้า ๒๙๖ หน้า คุณภาพดีตามแบบของผีเสื้อ
แต่ราคาเพียง ๑๙๗.๕๐ บาท




10/10/2008

โครงการวิจัย ระบบหนังสือหมุนเวียน เริ่มทำงานแล้ว


โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียน ได้รับอนุมัติจากสภาวิจัยแห่งชาติแล้ว และเริ่มเตรียมทำงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่การคัดเลือกหนังสือจากสำนักพิมพ์แต่ละแห่ง การจัดกองหนังสือ หลังจากได้สำรวจและจัดกลุ่มโรงเรียนมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๑

เชิญแวะติดตามข่าวคืบหน้า รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับ โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียน และร่วมสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ "ระบบหนังสือหมุนเวียน" ของเว็บไซต์นี้
และคุยกันเรื่องระบบหนังสือหมุนเวียนที่

ขอเชิญดาวน์โหลดภาพที่ปรากฏนี้ไว้เป็นภาพประดับหน้าจอ เผื่อว่าผู้อ่านอาจจะนึกอะไรออกเกี่ยวกับการช่วยเหลือระบบหนังสือของชาติ โดยเฉพาะเด็กๆในต่างจังหวัด ก็จะได้ช่วยกันเสนอแนะไปยังโครงการวิจัยดังกล่าว

7/10/2008

ปรัชญาชีวิต ฉบับปกแข็ง ล่าสุด

18/8/2008



คลิกบนภาพเพื่อดูขนาดขยายจริง

***ชิงรางวัลจากการอ่าน ชายชราผู้อ่านนิยายรัก***


มีคำถาม ๓ ข้อ สำหรับผู้อ่านหนังสือเรื่อง ชายชราผู้อ่านนิยายรัก

๑. เรือซูเกรฺ ในเรื่องนี้ มีความหมายสำคัญอย่างไร
(จะเห็นได้ว่า ผู้เขียนต้องการเน้นโดยใช้ตัวเอน)
คำตอบของนัยยะสำคัญนั้นอยู่ที่ประโยคใดของเรื่อง (ระบุข้อความและหน้าหนังสือ)

๒. นางเอกของเรื่องนี้ ชื่ออะไร

๓.
ผู้ฅนรอคอยให้เรือมาถึง พร้อมกับคาดหวังว่า พวกตนจะมีเสบียงรุ่นใหม่
ซึ่งประกอบด้วย เกลือ แก๊ส เบียร์ เหล้าบรั่นดี และต้อนรับหมอฟันกันอย่างโล่งใจ
โดยเฉพาะคนที่รอดตายจากไข้มาลาเรียซึ่งเบื่อจะถ่มเศษฟันออกมา
และอยากให้ตนมีปากสะอาดปราศจากไม้แคะฟัน
เพื่อลองใส่ฟันปลอมที่เรียงบนผ้าผืนเล็กสีแดงอย่างผ้าของพระคาร์ดินัล

ข้อความข้างต้นหมายความว่าอย่างไร

------------------------------------------------------------

มีเวลาตอบคำถาม ถึงสิ้นปี
หมดเขตวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑

รางวัลที่ ๑ หนังสือของผีเสื้อ มูลค่า ๓,๐๐๐ บาท (ตามแต่จะเลือก) ๑๐ รางวัล
รางวัลที่ ๒ หนังสือของผีเสื้อ มูลค่า ๒,๐๐๐ บาท (ตามแต่จะเลือก) ๑๐ รางวัล
รางวัลที่ ๓ หนังสือของผีเสื้อ มูลค่า ๑,๕๐๐ บาท (ตามแต่จะเลือก) ๑๐ รางวัล
------------------------------------------------------------

ส่งคำตอบทางอีเมล ถึง editor@bflybook.com
โปรดเขียนคำตอบในไฟล์ word ระบุชื่อ ที่อยู่ อีเมลไว้ในไฟล์นั้นด้วย


คำตัดสินของกรรมการ ถือเป็นยุติ แต่อาจมีข้อโต้แย้งได้เล็กๆน้อยๆ
และหากกรรมการจำนนด้วยเหตุผลโต้แย้ง
คำตอบนั้นจะได้รับรางวัลที่ ๔ หนังสือมูลค่า ๑,๐๐๐ บาท (จำนวน ๑๐ รางวัล)
------------------------------------------------------------
ขอให้สนุกและโชคดีครับ